ข่าวกองทัพเรือ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จ ฯ เปิดโครงการบูรณะโบราณสถานในค่ายตากสิน
วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น.
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จ ฯ
เป็นองค์ประธานเปิดโครงการบูรณะโบราณสถานในค่ายตากสิน
ณ ค่ายตากสิน กองพันทหารราบที่ ๒
กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน ตำบลวัดใหม่
อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดย พลเรือเอก
สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เฝ้าฯ
รับเสด็จ ฯ
ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี
ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของชาติไทย นับตั้งแต่
พ.ศ.๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงใช้เมืองจันทบุรีเป็นที่รวบรวมพลก่อนยกทัพไปตีพม่า
ที่ยึดครองกรุงศรีอยุธยา จนกอบกู้เอกราชของชาติไทยกลับคืนมาได้
นับได้ว่าสมัยนั้นบรรพบุรุษชาวจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง
มีส่วนร่วมในการกอบกู้เอกราชของชาติไทย
คลองที่อยู่หลังค่ายทหารปัจจุบันมีชื่อเรียกว่า “
คลองท่าช้าง ” มาตราบเท่าทุกวันนี้
เพราะขุนทัพนายกองของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เคยนำช้างลงไปอาบน้ำ
และรวมถึงชื่อตำบลท่าช้างในปัจจุบันนี้ด้วย
ต่อมา เมื่อครั้งในสมัยวิกฤติการณ์ ร.ศ.๑๑๒
(พ.ศ.๒๔๓๖)
ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเมืองจันทบุรีก็ยังเห็นความสำคัญของพื้นที่บริเวณนี้
จึงตั้งกองบัญชาการขึ้นภายในค่ายทหารแห่งนี้
สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้
จึงกลายเป็นโบราณสถานที่ล้วนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น
มาในปี พ.ศ.๒๕๓๕ วันที่ ๑๒
- ๑๓ พฤษภาคม เจ้าหน้าที่จากกองโบราณคดี
และกองพันทหารราบที่ ๒
ได้ร่วมกันสำรวจคันดินคูเมืองภายในบริเวณค่ายตากสิน
อันเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ ๒
เพื่อเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี
จากการสำรวจได้พบร่องรอยหลักฐานของเมืองจันทบุรีที่บ้านลุ่ม
เป็นคันดินกำแพงเมืองและคูเมือง ขนาดกว้าง ๔๐๐ -
๔๕๐ เมตร ยาว ๕๕๐ - ๖๕๐ เมตร กำแพงวังเจ้าเมือง ยาว ๒๕๐ เมตร
อาคารสิ่งก่อสร้างในสมัย ร.ศ.๑๑๒ และ ก่อน ร.ศ.๑๑๒
ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีคุณค่ายิ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองจันทบุรีต่อไป
ปัจจุบันโบราณสถานในค่ายตากสิน
มีสภาพชำรุดทรุดโทรม อย่างมาก
รวมทั้งถูกปล่อยทิ้งไว้นานจนทำให้โบราณวัตถุเสียหาย
อาคารบางแห่งถูกต้นไม้ล้มทับพังทลาย
เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้
และทราบถึงความยากลำบากของบรรพบุรุษไทยที่ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการกอบกู้ชาติเอาไว้
เพื่อแลกกับแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานได้อยู่กันมาจนถึงทุกวันนี้
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม โดยมี พลเรือเอก ประเจตน์
ศิริเดช เป็นประธาน
จึงจัดโครงการบูรณะโบราณสถานภายในค่ายตากสินขึ้น
โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการบูรณะ
ซึ่งทำการสำรวจไปแล้วเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ ที่ผ่านมา
โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ประมาณ ๓๙ ล้านบาท
ในส่วนของอาคารที่จะดำเนินการบูรณะมีทั้งหมด ๖ หลัง ด้วยกัน
อาคารแรก เป็น อาคารกองบัญชาการของทหารฝรั่งเศส
สร้างขึ้นในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเมืองจันทบุรี
ตามอนุสัญญา ข้อ ๖
ต่อท้ายหนังสือสัญญาระหว่างกรุงสยามและกรุงฝรั่งเศส วันที่ ๓
ตุลาคม ค.ศ.๑๘๙๓ (ร.ศ.๑๑๒)
ลักษณะของอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมก่ออิฐฉาบปูนเรียบ
เป็นสถาปัตยกรรมตามแบบของยุโรปทั้งรูปทรงและลวดลาย
อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นกองบังคับการกองพันทหารราบที่ ๒
อยู่ระยะหนึ่ง
แต่ในปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ค่ายตากสิน
อาคารต่อมา คือ อาคารกองรักษาการณ์ของทหารฝรั่งเศส
อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นที่ตั้งของกองรักษาการณ์กองพัน ฯ
แต่ปัจจุบันได้รับความเสียหายจากต้นไม้ล้มทับเนื่องจากพายุลมแรง
อยู่ในช่วงบูรณะให้เหมือนเดิม ส่วนอาคารที่ ๓ คือ
อาคารที่พักทหารรักษาการณ์ของทหารฝรั่งเศส
ปัจจุบันนี้ใช้เป็นที่ตั้งชุมนุมพลธรรมจิต
ประดิษฐานองค์พระประธาน
เพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน
ซึ่งด้านหลังของอาคารจะติดกับที่พักรักษาการณ์ของกองพันฯ
การบูรณะโบราณสถานในครั้งนี้ ยังรวมไปถึง
อาคารคลังพัสดุของทหารฝรั่งเศส
ซึ่งเคยเป็นอาคารที่ฝรั่งเศสใช้เป็นคลังเก็บเครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์
ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นคลังพัสดุของกองพันฯ ต่อมา คือ
อาคารคุมขังทหารฝรั่งเศส เป็นตึกอิฐฉาบปูนชั้นเดียว
สร้างแบบเดียวกับตึกแดงที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
สุดท้ายคือ อาคารคลังกระสุนดินดำ
เป็นอาคารสี่เหลี่ยมก่ออิฐฉาบปูน ยกพื้นสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม
มีช่องระบายลมอยู่ทั่วไป เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบยุโรป
เป็นอีกอาคารหนึ่งที่ได้รับการบูรณะด้วยเช่นกัน
การบูรณะโบราณสถานในค่ายตากสินครั้งนี้
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้พระราชทานไฟพระฤกษ์ในการทำวัตถุมงคลเป็นเหรียญและเนื้อว่าน
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และองค์จตุคามรามเทพ
เพื่อให้เช่าเก็บไว้บูชา
ผู้ใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม
กองบัญชาการกองทัพเรือ โทร.๐-๒๔๗๕-๔๑๑๗ หรือค่ายตากสิน
จ.จันทบุรี โทร.๐-๓๙๓๑-๑๒๑๘ , ๐-๓๙๓๑-๑๐๙๙ ต่อ ๓๗๗๗๑
-------------------------- |